เลย์

5 เลย์รสชาติแปลก ๆ จากทั่วโลก

เชื่อว่า “เลย์” เป็นขนมคบเคี้ยวยอดฮิตของใครหลายคน แล้วคงจะได้เห็นกันแล้วว่าเลย์ชอบออกรสชาติใหม่ ๆ ให้ผู้บริโภคได้ลิ้มลองอยู่เสมอ โดยในประเทศไทยส่วนใหญ่จะเป็นรสชาติที่อิงกับอาหารในประเทศ เช่น รสแกงเขียวหวาน รสเมี่ยงคำ รสต้มยำกุ้ง รสก๋วยเตี๋ยวเรือ เป็นต้น เรามาดูกันดีกว่าในประเทศอื่น ๆ ทั่วโลก “เลย์” ได้ออกรสชาติแปลก ๆ อะไรกันออกมาบ้าง

1. เลย์รสแตงกวา

เลย์รสชาติแตงกวานี้ขายที่ประเทศจีน ซึ่งมีคนออกมารีวิวว่ารสชาติอร่อย สามารถกินเพลิน ๆ ได้ ให้ความรู้สึกเหมือนเคี้ยงแตงกวาจริง ๆ

2. เลย์รสคาปูชิโน่

นับว่าเป็นรสชาติที่คาดไม่ถึงเช่นกัน สำหรับการนำรสชาติของกาแฟมาเป็นขนมคบเคี้ยว ในตอนที่ออกรสชาตินี้มาครั้งแรกก็มีกระแสต่อต้านและล้อเลียนออกมามากพอสมควรเช่นกัน

3. เลย์รสผักชีลาวและแตงกวา

ใครที่เป็นคนชื่นชอบผักชีและแตงกวา พลาดไม่ได้กับรสชาตินี้ที่ออกมาเอาใจสายเขียว ซึ่งรสชาตินี้มีจำหน่ายที่รัสเซีย

4. เลย์รสบลูเบอร์รี่

เลย์รสชาตินี้ก็นับว่าเป็นรสชาติที่แปลกใหม่มาก และไม่สามารถจินตนาการรสชาติออกมาได้เลย โดยเลย์รสบลูเบอร์รี่นี้มีขายในประเทศจีน

5. เลย์รสวาฟเฟิลและไก่ทอด

เป็นเลย์อีกหนึ่งรสชาติจากสหรัฐอเมริกาที่ได้รับเสียงวิพากษวิจารณ์เป็นอย่างมาก สำหรับความไม่เข้ากันของรสชาติ แต่ก็ยังมีคนอีกส่วนหนึ่งที่บอกว่าอร่อยเช่นกัน

 …

5 เลย์รสชาติแปลก ๆ จากทั่วโลก Read More »

สายพันธุ์มันฝรั่งที่ “เลย์” ใช้ผลิตมันฝรั่งทอดกรอบ

นับเป็นระยะเวลามากกว่า 10 ปีแล้วที่เลย์เข้าครองส่วนแบ่งทางการตลาดมากถึง 75% หรือ 3 ใน 4 ของตลาดขนมขบเคี้ยวเลยนะคะ ซึ่งตลาดขนมขบเคี้ยวในไทยนั้นมีมูลค่ามากถึง 3.6 หมื่นล้านบาทเลยทีเดียวค่ะ นอกจากนี้ เลย์ยังเป็นผู้นำอันดับ 1 ในตลาดมันฝรั่งทอดกรอบอีกด้วยนะคะ

 

 

แต่รู้หรือไม่คะ ว่ากว่าจะออกมาเป็นมันฝรั่งทอดกรอบแผ่นๆให้เราได้ชิ้มลองกันนั้น ไม่ใช่เรื่องง่ายๆเลยนะคะ เริ่มตั้งแต่ความท้าทายในการปลูกมันฝรั่งกันเลยทีเดียวค่ะ เนื่องจากมันฝรั่งเป็นพืชที่เติบโตได้ดีในสภาพอากาศเย็น ตั้งแต่ 14-18 องศาเซลเซียสในตอนกลางคืน และ 24-26 องศาเซลเซียสในตอนกลางวัน ดังนั้นในไทยจึงปลูกได้แค่เฉพาะในบริเวณภาคเหนือ และบางส่วนของภาคอีสานเท่านั้นค่ะ และนอกจากสภาพอากาศแล้ว ยังต้องมีการคัดเลือกสายพันธุ์มันฝรั่งอีกด้วย เพราะมันฝรั่งที่สามารถนำมาทอดกรอบได้ จะต้องเป็นสายพันธุ์โรงงานเท่านั้นค่ะ

 

 

ส่วนฤดูกาลในการปลูกมันฝรั่งในประเทศไทย โดยหลักๆ จะเป็นช่วงฤดูแล้ง คือตั้งแต่เดือน พ.ย.- ธ.ค. และเก็บเกี่ยวในเดือน ก.พ. – มี.ค. ส่วนฤดูรองจะเป็นช่วง พ.ค. – ก.ค. และเก็บเกี่ยวในเดือน ส.ค. – ต.ค. ของทุกปีนั่นเองค่ะ

 

 

ในกระบวนการปลูกมันฝรั่งนั้น เกษตรกรจะต้องใส่ใจรายละเอียดตั้งแต่เริ่มเตรียมไถหน้าดิน เอาหัวเมล็ดพันธุ์ลงดิน การรดน้ำ ใส่ปุ๋ย การใช้เทคโนโลยีทางการเกษตร เช่น การขุดร่องน้ำ การทำระบบน้ำหยด เพื่อให้ได้มันฝรั่งที่คุณภาพดี ในระยะเวลาประมาณ 90 วัน ก่อนเก็บเกี่ยวและส่งต่อไปยังโรงงานแปรรูปนะคะ

 

 

มันฝรั่งจัดเป็นหนึ่งในพืชเศรษฐกิจของเกษตรกรไทยก็ว่าได้นะคะ โดยในแต่ละปี ตลาดมันฝรั่งแปรรูปมีความต้องการมันฝรั่งถึง 1.5 แสนตัน และภาคเกษตรกรรมของไทยก็สามารถปลูกมันฝรั่งได้มากถึงปีละ 1 แสนตัน คิดเป็น 75% ของทั้งหมด นั่นทำให้มันฝรั่งกลายเป็นอีกหนึ่งพืชเศรษฐกิจที่ทำรายได้ให้เกษตรกรไทยอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียวนะคะ

ในทุกๆ ปี เลย์จะมีการรับซื้อมันฝรั่งจากเกษตรกรไทยไม่ต่ำกว่า 7 หมื่นตัน และยังส่งเสริมเกษตรกรให้ปลูกมันฝรั่งกว่า 3,500 ราย ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 22,000 ไร่ ใน 6 จังหวัดภาคเหนือ ได้แก่ เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง พะเยา และตาก รวมถึงอีก 2 จังหวัดในภาคอีสาน ได้แก่ สกลนคร และนครพนมนั่นเองค่ะ

 

 

ปัจจุบันเลย์มีฐานการผลิตมันฝรั่งอยู่ที่นิคมอุตสาหกรรมโรจนะ และโรงงานที่จังหวัดลำพูน โดยกว่าจะออกมาเป็นเลย์แต่ละซองที่เราได้ทานกันนั้น หลังจากเก็บมันฝรั่งมาจากไร่แล้ว จะต้องผ่านอีกประมาณ 10 ขั้นตอนก่อนจะส่งออกไปยังร้านค้าปลีก-ส่ง และห้างสรรพสินค้านะคะ

การปลูกมันฝรั่งเพื่อป้อนเข้าโรงงานนั้น จะแตกต่างจากการปลูกมันฝรั่งเพื่อเป็นหัวพันธุ์ ที่“ขนาด” โดยการปลูกมันฝรั่งเพื่อป้อนเข้าโรงงานมันฝรั่งทอดกรอบนั้น จะปลูกเป็นพันธุ์ที่ใช้ทำอาหารทั่วไป หลากหลายพันธุ์ ขนาดที่ได้ จะต้องมีเส้นผ่านศูนย์กลางอยู่ที่ 4 เซนติเมตรครึ่ง ถึง 9 เซนติเมตรครึ่ง ถึงจะรับซื้อได้ในราคากิโลกรัมละ 10.60 – 14 บาท ซึ่งถือเป็นราคาประกันที่สูงกว่าราคาประกันขั้นต่ำที่รับบาลกำหนด

แต่หากเป็นหัวพันธุ์มันฝรั่งที่เลย์ใช้ในการผลิตมันฝรั่งทอดกรอบนั้น จะเป็นพันธุ์แอตแลนติก และพันธุ์ FL2215 กับ FL2207 ซึ่งเป็นพันธุ์ที่คิดค้นและวิจัยโดยเลย์นั่นเองค่ะ โดยจะมีปริมาณแป้งสูง ต้านทานโรค เมื่อปลูกได้ตามขนาดที่ต้องการแล้ว ราคาประกันที่เลย์ให้ อยู่ที่กิโลกรัมละ 21 บาท จะได้หัวพันธุ์ประมาณ 15 หัว ซึ่งเป็นปริมาณที่ดีเลยค่ะ

 

 

ส่วนอุปสรรคในการปลูกหัวพันธุ์มันฝรั่ง ก็เหมือนกับการปลูกพืชทั่วๆไป เช่นเรื่องของโรค เรื่องของแมลง แต่ที่เป็นปัญหาสำคัญของเกษตรกรที่ปลูกมันฝรั่งเลยคือ สภาพอากาศ เพราะมันฝรั่งเป็นพืชเมืองหนาว ยิ่งหนาวผลผลิตก็ยิ่งดี แต่ประเทศไทยเป็นเมืองร้อน จึงปลูกได้เฉพาะภาคเหนือ แต่ก็ใช่ว่าอากาศมันจะเป็นแบบเดิมทุกปี บางปีฝนตกหน้าหนาว ผลผลิตก็ไม่ได้คุณภาพ ราคาตก หรือไม่ก็นำไปขายเป็นอาหารให้วัวนมก็มีค่ะ

 

 

โดย คุณบุญศรี ใจเป็ง วัย 68 ปี เกษตรกรผู้ปลูกมันฝรั่งในอำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่ เจ้าของรางวัล “เกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ สาขาพืชไร่ภาคเหนือ ปี 2553” กล่าวว่า “ผมลงทุนไปประมาณ 30,000 – 35,000 บาทต่อไร่ เมื่อปลูกหัวพันธุ์ส่ง หักต้นทุนแล้ว กำไรอยู่ที่หลักหมื่นบาทต่อไร่ แต่หากเป็นการปลูกเพื่อส่งโรงงานอาจจะลดหลั่นลงมาเหลือทุนที่ 24,000 – 30,000 บาท กำไรก็จะได้ประมาณ 8,000 – 14,000 บาทต่อไร่” กันเลยนะคะ

 

 

สรุปก็คือ เลย์จะใช้มันฝรั่งสายพันธุ์ แอตแลนติก และพันธุ์ FL2215 กับ FL2207 ในการผลิตมันฝรั่งทอดกรอบนะคะ ซึ่งเป็นพันธุ์ที่คิดค้นและวิจัยโดยเลย์นั่นเองค่ะ…

สายพันธุ์มันฝรั่งที่ “เลย์” ใช้ผลิตมันฝรั่งทอดกรอบ Read More »

หมดปัญหานิ้วเลอะ “เลย์” ไต้หวันปิ๊งไอเดีย คิดค้นเครื่องทำความสะอาดนิ้วมือ

หลายคนต้องเคยพบกับปัญหานี้กันใช่ไหมคะ นั่นคือเวลาทานขนมขบเคี้ยวต่าง ๆ บนโต๊ะ หรือเตียงของเราแล้วนั้น จะเต็มไปด้วยรอยนิ้วมือที่เลอะเทอะไปหมด ยิ่งบนหน้าจอโทรศัพท์คงไม่ต้องพูดถึงกันเลยค่ะ แต่หากจะต้องคอยเดินไปล้างมือทุกครั้งที่หยิบขนมมาทานคงจะไม่สะดวกแน่ๆเบนใ่ไหมคะ แต่ปัญหานี้ของทุกคนจะหมดไปทันทีหรือเปล่า มาลองดูรายละเอียดกันดีกว่าค่ะ โดยปลายปีที่แล้ว ปี 2565 เลย์ (Lay’s)ไต้หวัน ได้คิดค้นอุปกรณ์ที่จะมาแก้ปัญหานี้ให้ค่ะ นั่นก็คือ เครื่องทำความสะอาดนิ้วมือนั่นเองค่ะ ซึ่งเจ้าเครื่องนี้ ได้ถูกสร้างขึ้นโดยแบรนด์มันฝรั่งทอดเจ้าดังอย่าง “เลย์” และใช้ชื่อเจ้าเครื่องนี้ว่า “Lay’s Washing Finger Machine”นะคะ โดยเครื่องทำความสะอาดนิ้วมือนี้จะมีลักษณะเป็นกล่องสี่เหลี่ยม ขนาด 6 x 4.3 นิ้ว ออกแบบดีไซน์เหมือนถุงมันฝรั่งทอดกรอบ ที่เราทานกันอยู่ประจำนั่นเองค่ะ ซึ่งจะช่วยทำให้เราไม่ต้องมาหงุดหงิดกับรอยนิ้วมือเลอะ ๆ อีกต่อไปแล้วค่ะ

 

ส่วนการทำงานของเครื่องทำความสะอาดนิ้วมือนี้ ก็แสนจะเรียบง่ายมากเลยนะคะ ซึ่ง เมื่อเครื่องตรวจจับนิ้วมือของคุณแล้ว ตัวเครื่องจะพ่นละอองแอลกอฮอล์เพื่อฆ่าเชื้อ โดยจะมีน้ำยาล้างทำความสะอาด แอบอยู่บริเวณถังรีฟิลด้านล่างของเครื่องนั่นเองค่ะ แต่เครื่องนี้ยังไม่ถูกวางจำหน่ายทั่วไปนะคะ เพราะตอนนี้มีผลิตขึ้นมาเพียง 5 เครื่องเท่านั้นเองค่ะ โดยเป็นผลงานการพัฒนาของ เลย์ในไต้หวัน โดยได้มีการประเมินว่าเจ้าเครื่องนี้อาจมีราคาสูงถึง 25,000 บาทกันเลยทีเดียวนะคะ

 

 

เมื่อทราบราคาเครื่องขนาดนี้แล้ว คงต้องตัดสินใจกันให้ดีแล้วนะคะ ว่าจะซื้อมาลองใช้ หรือจะกลับไปล้างมือที่อ่างล้างมือ หรือเลือกใ้พวกทิชชูเปียกเหมือนเดิมจะดีกว่าหรือเปล่า แต่ก็ถือว่าเป็นอีกนวัตกรรมของสิ่งประดิษฐ์ที่จัดได้ว่าสร้างสรรค์เลยทีเดียวนะคะ

ที่มา : https://designtaxi.com/news/420033/Lay-s-Debuts-Washing-Machine-To-Clean-Your-Fingertips-Post-Snack/

Tag : เลย์ เครื่องทำความสะอาดนิ้วมือ…

หมดปัญหานิ้วเลอะ “เลย์” ไต้หวันปิ๊งไอเดีย คิดค้นเครื่องทำความสะอาดนิ้วมือ Read More »

วิธีการทำตลาดของแบรนด์เพื่อสร้างการเติบโตของธุรกิจจนเป็นที่รู้จักทั่วโลกของ เลย์

กลยุทธ์หลักของเลย์ในการทำตลาดนั้น นอกเหนือจาก Price Place Promotion แล้ว จุดแข็งที่สำคัญของเลย์ ในกลยุทธ์ 4Ps คือ P – Product นั่นเองนะคะ ซึ่งกลยุทธ์ P-Product ของเลย์นั้น จะมาในรูปแบบของการที่แบรนด์ มีรสชาติที่หลากหลาย และแตกต่างกันออกไปในแต่ละประเทศที่เข้าไปทำตลาดนั่นเองค่ะ

 

 

โดยความหลากหลายของรสชาติเลย์นั้น มีทั้งรสชาติที่ทำออกมาขายตลอดกาล และรสชาติที่เป็นซีซันแนลที่ขายเฉพาะช่วงเวลาเท่านั้นนะคะ ยกตัวอย่างเช่น
– ประเทศไทย จะมี เลย์ รสชาติแกงเขียวหวานไก่  รสเมี่ยงคำ
เลย์ รสมะม่วง รสกีวี่ รสแตงกวา
– ประเทศจีน รัสเซีย มี เลย์ รสไข่ปลาคาเวียร์
– ประเทศโรมาเนีย มี เลย์ รสผักดอง เป็นต้นนะคะ

การที่เลย์มีรสชาติที่หลากหลายเฉพาะประเทศนั้น เป็นการนำเสนอสินค้าที่ตรงกับความต้องการของผู้บริโภคแต่ละประเทศอย่างที่สุดเลยนะคะ และยังถือเป็นกลยุทธ์ที่สามารถสร้างความถี่ในการซื้อซ้ำที่มากขึ้นด้วยนะคะ จากพฤติกรรมของผู้บริโภคที่มีความต้องการในรสชาติขนมขบเคี้ยวที่แตกต่างหลากหลายรสชาติ และการมีรสชาติใหม่ ๆ ออกมาอย่างต่อเนื่อง ยังเป็นการกระตุ้นความอยากรู้อยากลองของผู้บริโภค ว่ารสชาติที่ออกมาจะคุ้นลิ้น และถูกปากแค่ไหนอีกด้วยนะคะ

 

 

ซึ่งการที่ผู้บริโภคที่เป็นลูกค้าประจำซื้อรสชาติใหม่ ๆ เพิ่มเติม หรือลูกค้าของคู่แข่งที่เข้ามาซื้อเลย์รสชาติใหม่ ไปทดลองนั่น ก็จัดเป็นอีกหนึ่งในช่องทางในการสร้างยอดขายได้เช่นกันค่ะ จึงทำให้เห็นได้ว่า เลย์นั้นได้ออกมาทำการตลาด เรื่องของรสชาติอย่างต่อเนื่องเสมอมาเลยนะคะ

รวมไปถึงแคมเปญการตลาดที่ดึงผู้บริโภคให้เป็นผู้คิดรสชาติที่อยากให้เลย์ทำออกมาจำหน่าย ก็จัดเป็นอีกหนึ่งในกลยุทธ์ที่ทำให้เลย์มีรสชาติใหม่ ๆ ที่คนในแต่ละประเทศต้องการแล้ว ยังทำให้แบรนด์เลย์ใกล้ชิดกับผู้บริโภคมากขึ้นอีกด้วยค่ะ จากการที่ผู้บริโภคมีส่วนร่วมในการคิดค้นรสชาติให้กับแบรนด์ นั่นเองค่ะ

การทำความเข้าใจ และรู้จักผู้บริโภคในตลาดนั้นๆ อย่างลึกซึ้ง เพื่อนำ Local Insights มาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ บริการให้สอดคล้องกับบริบทของสังคม วิถีชีวิต หรือไลฟ์สไตล์ วัฒนธรรม ความต้องการ ตอบโจทย์ปัญหาของผู้บริโภค ไปจนถึงเทรนด์ที่เกิดขึ้นในตลาดท้องถิ่นนั้นๆ พร้อมทั้งสามารถปรับเปลี่ยนได้เร็วตามความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในตลาดนั้นๆ กลยุทธ์นี้เรียกว่า “Hyper Localization” ซึ่ง “เลย์” (Lay’s) แบรนด์มันฝรั่งกรอบในเครือ PepsiCo เป็นอีกหนึ่งแบรนด์ที่ประสบความสำเร็จกับกลยุทธ์ “Hyper Localization” จนถึงวันนี้ และอยู่ในตลาดโลกมากว่า 80 ปีแล้ว และอยู่ในประเทศไทยขึ้นปีที่ 28 แล้วนะคะ

 

แต่การที่เลย์มีหลากหลายรสชาตินั้น ไม่ใช่มีแต่ข้อดีนะคะ แต่จุดด้อยในการทำตลาดในรูปแบบนี้ คือต้นทุนในการทำ R&D ในการพัฒนารสชาติใหม่ ๆ ที่ในบางครั้งรสชาติที่ออกมาอาจจะไม่โดนใจผู้บริโภค จนต้องเก็บออกจากเชลฟ์ไป โดยที่ยังไม่ทันได้สร้างผลกำไร จากการพัฒนารสชาติ และการผลิตสินค้าออกมาจัดจำหน่ายเลยก็มีนะคะ

3 เหตุผลทำไม “เลย์” ให้ความสำคัญกับการพัฒนารสชาติ

จุดแข็งที่ทำให้ “เลย์” เป็นแบรนด์ขนมขบเคี้ยวที่ผู้บริโภครู้จัก และครองใจมายาวนาน หนึ่งในนั้นคือ การใช้ “Hyper Localization” คือ การยึดผู้บริโภคเป็นที่ตั้ง ศึกษาและทำความเข้าใจผู้บริโภคในแต่ละเซ็กเมนต์ แล้วนำ Local Insights มาพัฒนาตั้งแต่สินค้า ไปจนถึงการตลาด และการเจาะเข้าช่องทางการขาย เมื่อเจาะลึกถึงสินค้า องค์ประกอบสำคัญที่ทำให้ เลย์ สามารถปักหมุดในแต่ละประเทศที่ทำตลาดได้สำเร็จคือ “รสชาติ” ที่แตกต่าง และมีเอกลักษณ์ในแต่ละประเทศ โดยปัจจุบัน เลย์ พัฒนารสชาติมากกว่า 200 รส มีทั้งรสชาติยอดนิยมที่อยู่ถาวร มีขายทั่วโลก เช่น เลย์ ออริจินัลสีเหลือง บาร์บีคิว และรสชาติใหม่ๆ ที่เป็น Seasoning Flavor ออกมาอย่างต่อเนื่อง และเหตุผลสำคัญที่เลย์ให้ความสำคัญกับการพัฒนารสชาติ โดยเฉพาะรสชาติเฉพาะของแต่ละประเทศ ประกอบด้วย 3 ปัจจัยหลักคือ

1. อาหาร คือ วิถีชีวิต วัฒนธรรม และ Local Taste ในแต่ละท้องถิ่น การนำมันฝรั่งทอดกรอบ ขนมขบเคี้ยวจากตะวันตก มาผสานเข้ากับเมนูอาหารในแต่ละประเทศ หรือเมนูเทรนด์ฮิตที่ผู้บริโภคในตลาดนั้นๆ ให้ความสนใจ

2. การพัฒนารสชาติใหม่ คือ นวัตกรรมใหม่ของแบรนด์ เป็นสิ่งสะท้อนว่าแบรนด์นั้น เป็นแบรนด์ไม่หยุดนิ่ง มีความเคลื่อนไหวต่อเนื่อง

3. ในตลาดขนมขบเคี้ยว ผู้บริโภคต้องการประสบการณ์ความตื่นเต้น ความแปลกใหม่ และแตกต่าง เนื่องจากผู้บริโภคกลุ่มใหญ่ของตลาดขนมขบเคี้ยว คือ กลุ่มวัยรุ่น ซึ่ง Insights ของผู้บริโภคกลุ่มนี้มองหาสิ่งใหม่ตลอด และกล้าลอง

นอกจากนี้ กลยุทธ์ที่สำคัญของเลย์อีกประการหนึ่งคือ การซื้อแบรนด์คู่แข่งมาฆ่า เพื่อให้หมดคู่แข่งที่แข็งแกร่งในตลาด ยกตัวอย่างเช่น ในอดีต ประเทศไทยมีมันฝรั่งแผ่นทอดกรอบชื่อ มั้นมัน ที่เป็นเจ้าตลาดในขนมขบเคี้ยวประเภทมันฝรั่งแผ่นทอดกรอบอยู่ก่อน จากนั้น เลย์ จึงใช้วิธีการซื้อธุรกิจ มั้นมัน มาอยู่ในพอร์ตธุรกิจของตัวเอง ก่อนที่จะค่อย ๆ ฆ่าแบรนด์มั้นมันทิ้งไปจากตลาด เพื่อให้เลย์ทำตลาดได้อย่างสบาย ๆ โดยไม่มีคู่แข่งหลักอีกต่อไปนั่นเองค่ะ

และเลย์ก็ยังใช้กลยุทธ์นี้ กับการบุกตลาดในอีกหลาย ๆ ประเทศอีกด้วยนะคะ แต่กลยุทธ์ซื้อแบรนด์คู่แข่งของเลย์มาอยู่ในพอร์ต อาจจะไม่ได้เป็นการฆ่าแบรนด์ที่ซื้อมาเสมอไป ถ้าแบรนด์นั้นมีพลังที่มากพอจนแบรนด์เลย์อาจจะไม่สามารถเข้าไปแทรกแซงความจงรักภักดีที่ลูกค้ามีต่อแบรนด์ได้ ยกตัวอย่างเช่น ในประเทศอังกฤษ เลย์ได้ซื้อมันฝรั่งแผ่นทอดกรอบแบรนด์ Walker Crisps ซึ่งเป็นแบรนด์ที่แข็งแกร่งมากในตลาด  ประกอบกับคนอังกฤษมีความชาตินิยมสูง และคนอังกฤษบางคนไม่ชอบสินค้าแบรนด์อเมริกา ทำให้เลย์เลือกที่จะเก็บแบรนด์ Walker Crisps ไว้ต่อไป แทนการฆ่า Walker Crisps ออกไปจากตลาดและขายสินค้าผ่านแบรนด์เลย์แทน แต่การเก็บแบรนด์ Walker Crisps ไว้นั้น เลย์ใช้วิธีการเปลี่ยนโลโก้ Walker Crisps ที่มีความละม้ายคล้ายโลโก้เลย์ เพื่อสื่อเป็นนัย ๆ ว่า Walker Crisps ที่คุณกินอยู่นี่ คือเลย์ นั่นเองค่ะ

 

จากกลยุทธ์ต่าง ๆ ของเลย์ ทำให้เลย์เป็นหนึ่งในแบรนด์ที่สร้างรายได้ให้กับ PepsiCo Inc. เป็นจำนวนมากเลยนะคะ ในปีที่ผ่านมา PepsiCo Inc มีรายได้ 70,372 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 2.19 ล้านล้านบาท เติบโตจากปี 2020 ที่มีรายได้ 67,161 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 2.09 ล้านล้านบาท แบ่งเป็นรายได้จากกลุ่มอาหาร 55% และกลุ่มเครื่องดื่ม 45%

ส่วนในประเทศไทย เลย์ ทำตลาดภายใต้ บริษัท เป๊ปซี่-โคล่า (ไทย) เทรดดิ้ง จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของ PepsiCo

ใน 3 ปีที่ผ่านมา ข้อมูลจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้าพบกว่า บริษัท เป๊ปซี่-โคล่า (ไทย) เทรดดิ้ง จำกัด มีรายได้รวม และกำไรดังนี้

2561    13,942.232 ล้านบาท        กำไร 1,146.28 ล้านบาท
2562    11,252.97 ล้านบาท          กำไร 2,209.91 ล้านบาท
2563    11,226.09 ล้านบาท          กำไร 2,454.28 ล้านบาท

 

ทั้งนี้ตลาดขนมขบเคี้ยวในประเทศไทยในปีที่ผ่านมามูลค่า 33,731 ล้านบาท ลดลง 8.4% จากเศรษฐกิจชะลอตัว โดยมันฝรั่งเป็นกลุ่มที่มีเซกเมนต์ใหญ่สุดในตลาดนี้มีมูลค่าลดลง 2-3%…

วิธีการทำตลาดของแบรนด์เพื่อสร้างการเติบโตของธุรกิจจนเป็นที่รู้จักทั่วโลกของ เลย์ Read More »

Pepsico

จุดเด่นที่ทำให้ Lays ได้รับความนิยมไปทั่วโลก

จุดเด่นที่ทำให้ Lays ได้รับความนิยมไปทั่วโลก

1.รสชาติมีความหลากหลายและดึงดูดใจของผู้บริโภคแต่ละประเทศได้ดี เลย์เอาใจคนในประเทศที่ไปทำการตลาดอย่างมากโดยมีทีม R&D แต่ละประเทศที่คิดค้นและวิจัยรสชาติของเลย์แต่ละประเทศที่ออกมาไม่เหมือนกัน จึงส่งผลให้Lays ได้รับความนิยมสูงสุดมากกว่าขนมมันฝรั่งทอดกรอบแบรนด์อื่นๆ

2.เลย์มีการทำการตลาดอย่างสม่ำเสมอ ถึงแม้ว่าเลย์จะเป็นแบรนด์ขนมมันฝรั่งทอดกรอบที่ติดตลาดแล้วก็ตาม แต่Lays ก็ไม่เคยหยุดที่จะพัฒนามีการโฆษณาและออกผลิตภัณฑ์ใหม่ๆอยู่เสมอเพราะ ต้องการให้ผู้บริโภคประทับใจและอยากลองของใหม่อยู่ตลอด จึงทำให้มีรสชาติเลย์ออกมาหลากหลายนั่นเอง

3.เลย์ไม่เคยหยุดพัฒนา ถึงแม้ว่าเลย์จะมีรสชาติที่หลากหลายแต่เรย์ก็ยังมีรูปแบบของมันฝรั่งที่แตกต่างกัน เช่น เลย์แผ่นหยัก เลย์แผ่นเรียบ เลย์สแตคส์ เลย์แมกซ์ เป็นต้น ซึ่งต้องการ ครอบคลุมผู้บริโภคได้หลายแบบหลายวัยนั่นเอง

4.มีการวิเคราะห์ถึงผู้บริโภคเป็นสำคัญ ก่อนที่จะมีการผลิตเลย์รสชาติใหม่ออกมา จะมีทีมวิจัยและการสำรวจความต้องการ ของผู้บริโภคว่าชื่นชอบและอยากได้เลย์รสชาติแบบไหน หากว่ามี จำนวนมากเพียงพอเลยก็จะผลิตรสชาติออกนั้นออกมาจำหน่ายนั่นเอง

ราคาเลย์แต่ละขนาด

ซึ่งเลย์นั้นมีหลากหลายขนาดหลากหลาย รสชาติ ดังนี้

  • ราคา 30 บาทมีให้เลือก 14 รสชาติ ปริมาณ 65-69 กรัม
  • ราคา 5 บาท ปริมาณ 13 กรัม และ 10 บาท ปริมาณ 27 กรัม มีให้เลือก 9 รสชาติ
  • ราคา 20 บาท มีให้เลือก 13 รสชาติ ปริมาณ 46 กรัม
  • ราคา 57 บาทมีให้เลือก 8 รสชาติ ปริมาณ 158 กรัม
  • เลย์แม็กซ์ราคา 30 บาทมีให้เลือก 4 รสชาติ ปริมาณ 73 กรัม

นอกจากนี้ก็ยังมีเลย์รสชาตินำเข้าจากต่างประเทศอีกด้วย ซึ่งราคาเลย์แต่ละขนาดอาจจะมีการปรับเปลี่ยน ขึ้นอยู่กับว่าแต่ละช่วงดังนั้นก่อนที่คุณจะซื้อเลย์แนะนำให้เช็คราคาก่อนซื้อดีที่สุด

สำหรับใครที่ชื่นชอบ ขนมเลย์ แนะนำให้มาที่นี่เลย http://laysthailand.com/ เรามีเลย์ขายยกแพ็คจัดจำหน่าย ซึ่งคุ้มค่ากว่ามากๆ รวมถึงยังมี Set เสื้อฮู้ดดี้เลย์ Set กระเป๋าสะพายเลย์ เนื้อผ้าคุนิล่อนกันน้ำ รวมถึงSet หมวก เลย์ ที่สวยงามและหาได้ยาก มาที่นี่เรามีจัดจำหน่ายและมีราคาเลย์แต่ละขนาดที่คุ้มกว่าซื้อที่อื่นแน่นอนรับประกันคุณภาพในราคาที่คุณจับต้องได้ สาวกเลย์ต้องมาที่นี่ไม่มีผิดหวัง…

จุดเด่นที่ทำให้ Lays ได้รับความนิยมไปทั่วโลก Read More »

Scroll to Top